หุ้นคืออะไร นักลงทุนมือสมัครเล่นต้องรู้

การลงทุนในหุ้นเป็นอาชีพที่ใครๆหลายคนต่างใฝ่ฝัน มันเป็นเพราะอะไรที่ได้เงินยาก มุมของคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าคนเล่นหุ้นมักจะรวย การลงทุนต้องมีความเสี่ยงการลงทุนเพียงครั้งเดียวอาจจะเงียบหายไปเลยก็มี นักลงทุนมือสมัครเล่นคงจะต้องเริ่มโดยอ่านหนังสือและศึกษาคนที่ประสบความสำเร็จและจะสามารถให้ความรู้กับท่านได้

“หุ้น” การ “หุ้น” ตลอดจน รวมหุ้น ในการทำธุรกิจต่างๆ มันก็คือการเอาเงินหรือสินทรัพย์มาร่วมลงทุนกัน แต่ละหุ้นส่วนก็มีสิทธิเป็น เจ้าของร่วม ตามสัดส่วน ของเงินลงทุน เมื่อธุรกิจหรือร้านค้า ได้ทำกำไรก็จะได้ส่วนแบ่งจากกำไรของธุรกิจนั้นด้วย อาจะเป็นเงินสดหรือจะเป็นเงินปันผลก็แล้วแต่ ตกลงกันในตอนแรก แต่หากเกิดขาดหุน ผู้ร่วมหุ้นก็ขาดทุนกันไปด้วยเช่นกัน

ส่วน หุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ หรือเป็นที่รู้จักกันดีในตลาดหุ้น ก็เช่นกัน เพียงแต่บริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีการขาย หุ้น ของตัวเองออกไปให้แก่ประชาชนทั่วไปผ่านตลาดหลักทรัพย์ ที่มีการควบคุมโดยหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้เกิดการโกงกันเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมและสนใจสำหรับคนที่ลงทุนอย่างมาก ในตลาดหลักทรัพย์ การโกงทำได้ยาก หรือมีโอกาสน้อยกว่า เนื่องจากมีการควบคุมโดยหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์นอกจากนี้บริษัทในตลาดหุ้น เป็นบริษัทขนาดใหญ่ แม้ภาวะเศรษฐกิจแย่ ก็มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือจากธนาคารมากกว่า ร้านค้าหรือธุรกิจขนาดเล็กเหตุนี้จึงดูเหมือนว่าการซื้อหุ้นในตลาดหุ้นจะได้เปรียบกว่า เงินส่วนต่างราคาหุ้นเนื่องจากตลาดมีความผันผวน ทำให้บางครั้งราคาหุ้นมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ถ้าหุ้นมีผลประกอบการดี และมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคต ก็สามารถที่จะทำกำไรจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นได้ หุ้นถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง สำหรับคนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ และมีเงินเยอะในการลงทุน ส่วนการเล่นหุ้นด้วยปัจจัยทางพื้นฐานหรือหุ้นคุณค่า ไม่สามารถที่จะสร้างสูตรสำเร็จออกมาได้เพราะเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย การประเมินทางพื้นฐานต้องมีความรู้เข้าใจในระดับผู้ประกอบการสร้างธุรกิจ จึงทำให้การลงทุนของท่านประสบผลสำเร็จ

ทำไมหุ้นถึงน่าลงทุน ?

หุ้นเป็นเครื่องมือลงทุนที่ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูง จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าในช่วงระยะเวลาเพียง 7 ปี หุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 8.11% ในขณะที่การลงทุนอื่น ๆ กว่าจะได้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า เช่นเงินฝาก 2.01% พันธบัตร 3.65 เป็นต้น ในตลาดหุ้นมีหุ้นที่หมุนเวียนเปลี่ยนมือซื้อขายกันอยู่หลายประเภท เช่น หุ้น blue chips ซึ่งเป็นพื้นฐานดีและมักเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง เพราะเป็นหุ้นชั้นดีที่ผู้ลงทุนหลายรายสนใจลงทุนกันมาก หุ้นที่มีนโยบายการปันผลอย่างสม่ำเสมอนอกจากนี้ยังมีหุ้นเก็งกำไรหรือหุ้น hot ที่ร้อนสมชื่อเพราะราคามักขึ้นลงผันผวนมากในหนึ่งวันนับเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นในการลงทุนหุ้นประเภทใดก็ตาม ผู้ลงทุนจึงควรทำการเปรียบเทียบโดยประเมินผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนและความเสี่ยงของหุ้นนั้นๆ